การค้นหาข้อมูลซื้อบ้านจากเว็บ หนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสารซื้อขายบ้าน

การเลือกซื้อหาบ้านสักหลังในปัจจุบัน ผู้ซื้อสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายกว่าในอดีตมาก เนื่องจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย และมีการแข่งขันกันมากระหว่างบริษัทที่ให้บริการรวบรวบข้อมูลซื้อขายบ้านกัน มากขึ้น สำหรับช่องทางในการหาข้อมูล เพื่อการเลือกซื้อหาบ้านในปัจจุบัน ผู้ซื้อสามารถเลือกได้หลายช่องทาง ได้แก่
1. ไปดูข้อมูลที่แหล่งขายโดยตรง เช่น สำนักงานขายของโครงการจัดสรร สถาบันการเงินที่ประกาศขาย กรมบังคับคดี สำนักงานขายของบริษัทตัวแทนนายหน้า บริษัทประมูล หรือแม้แต่ไปพบเจ้าของบ้านที่ต้องการขายโดยตรง ทั้งนี้ โดยผ่านแหล่งข้อมูลทั้งจากสื่อต่างๆ พนัก-งานขาย หรือการบอกเล่าต่อของเพื่อนฝูง และญาติพี่น้อง
2.งานมหกรรมบ้าน หรืองานออกบู้ทขายบ้าน ซึ่งสมาคมอสังหาริมทรัพย์ หรือหน่วยงานต่างๆจัดขึ้นเป็นครั้งคราว ซึ่งผู้ซื้อสามารถรวบรวม โบรชัวร์ ได้เห็นแบบบ้าน โมเดลบ้านได้จากหลายบริษัท ทำให้สามารถพิจารณาเปรียบเทียบเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น
3.โฆษณาย่อยใน หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารซื้อขายบ้านโดยเฉพาะ เช่น วัฎจักรอาคารที่ดิน, วัฎสารอาคารที่ดิน Home buyer guide (ซึ่งจะเป็นนิตยสารที่เน้นการให้ข้อมูลโครงการจัดสรรใหม่) นิตยสารบ้านพร้อมอยู่ (ที่เน้นการให้ข้อมูลบ้านมือสอง) นับเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วและประหยัดสำหรับประชาชนทั่วไป โดยที่ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบข้อมูล และเปรียบเทียบราคาได้ โดยจะมีข้อมูลบ้านฝากขายเป็นจำนวนมากเช่นกัน มีรายละเอียดที่ตั้งอาคาร และเบอร์ติดต่อผู้ขาย ซึ่งบางข้อมูลอาจมี หรือไม่มีรูปภาพประกอบก็ได้
4. เว็บไซท์ศูนย์รวมข้อมูลซื้อ-ขายบ้าน บนระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันมี web เพื่อการขายบ้านนับร้อยแห่ง ที่จัดทำโดยทั้งผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน บริษัทขายบ้านมือสอง บริษัทประมูล จึงนับเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด สะดวกที่สุด สำหรับผู้มีคอมพิวเตอร์ เพราะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเลือกดูและเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้นในรูปแบบ ประเภทบ้าน ราคา และทำเลที่ผู้ซื้อสนใจ จากคอมพิวเตอร์ใกล้ๆ ตัวได้อย่างรวดเร็ว

โฆษณาย่อยในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารเพื่อการซื้อขายบ้านโดยเฉพาะนั้น จะมีข้อมูลบ้านฝากขายเป็นจำนวนมากเช่นกัน มีรายละเอียดที่ตั้งอาคาร และเบอร์ติดต่อผู้ขาย ซึ่งบางข้อมูลอาจมี หรือไม่มีรูปภาพประกอบก็ได้ ตัวอย่างรายชื่อหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่มีโฆษณาขายบ้าน อาทิ
– หนังสือพิมพ์ ในหน้าโฆษณาย่อย เช่น ประชาชาติธุรกิจ ฐานเศรษฐกิจ กรุงเทพธุรกิจ วัฎจักร ไทยรัฐ ฯลฯ
– ในหนังสือรายสัปดาห์เพื่อการซื้อขายบ้าน เช่น วัฎจักรอาคารที่ดิน, วัฎสารอาคารที่ดิน ฯลฯ
– นิตยสารเพื่อการซื้อขายบ้านโดยเฉพาะ เช่น Home buyer guide ซึ่งจะเป็นนิตยสารที่เน้นการให้ข้อมูลโครงการจัดสรรใหม่, นิตยสารบ้านพร้อมอยู่ จะเป็นนิตยสารที่เน้นการให้ข้อมูลบ้านมือสอง ฯลฯ

วารสารการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเวรคืนที่ดิน

การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องมีการเวนคืนเพื่อปรับปรุงการใช้ที่ดินใหม่ ทำไมในประเทศที่พัฒนาแล้วการเวนคืนทำได้ง่าย แต่ของไทยทำได้ยาก ทำให้การพัฒนาประเทศทำได้ช้าและขีดความสามารถในการแข่งขันตกต่ำลงเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน การเวนคืน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะการพัฒนาความเจริญต่างๆจำเป็นต้องมีการตัดถนน สร้างทางด่วน บ่อบำบัดน้ำเสีย สนามบิน คลองประปา และคลองชลประทาน ฯลฯ โดยรัฐบาลทำการการเวนคืนเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งหลักสำคัญของการเวนคืนก็คือ ทางราชการต้องจ่ายค่าทดแทนไม่ต่ำกว่าราคาตลาด การบังคับเอาที่ดินไปจากประชาชนผู้ครอบครองโดยจ่ายค่าทดแทนต่ำ ถือเป็นการละเมิด (สิทธิมนุษยชน) และสร้างความไม่เท่าเทียมกันในสังคม อันจะก่อให้เกิดปัญหาตั้งแต่การดื้อแพ่ง การประท้วง ความไม่สงบในบ้านเมือง โครงการที่พึงดำเนินการหลังจากการเวนคืนก็จะล่าช้าและเสียหาย

ประชาชนควรมีโอกาสทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเวนคืน เพื่อทราบถึงความจำเป็น สิทธิและค่าทดแทนที่ตนควรได้รับด้วยความเป็นธรรม การเผยแพร่ความรู้เหล่านี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เราได้เรียนรู้จากสหรัฐอเมริกาว่า กฎหมายเวนคืนที่ดีต้องแก้ไขได้บ่อยๆให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หากระบบกฎหมายของเรายังตายตัว แก้ไขหรือปรับปรุงเพื่อประโยชน์ของมหาชนอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้ การเวนคืนทรัพย์สินก็อาจกลายเป็นการเพิ่มปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมมากขึ้น

ขั้นตอนการเวนคืนที่ดิน

1.ประกาศพื้นที่ที่อยู่ในเขตแนวเวนคืนที่ดิน
2.เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ใดบ้าง ที่อยู่ในเขตพื้นที่เวนคืนที่ดิน
3.กำหนดราคาเวนคืนของอสังหาริมทรัพย์ และที่ดินในพื้นที่เวนคืน พิจารณาจากสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินด้วย
4.ทำการประกาศราคาค่าทดแทนพื้นที่ที่ถูกเวนคืน หากหน่วยงานประสบปัญหางบประมาณประกาศแล้วไม่สามารถเปลี่ยนใจจะปรับลดจำนวนเงินค่าทดแทนได้ในภายหลัง
5.ออกหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินให้มาติดต่อทำสัญญาซื้อขาย ถ้ายังไม่ตกลงทำสัญญาจะดำเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนก่อน
6.ขั้นตอนจ่ายเงินค่าทดแทน ทำสัญญาซื้อขายและรับเงินทดแทนจากเจ้าหน้าที่
7.หากไม่พอใจคำวินิจฉัยเงินทดแทนของรัฐมนตรี สามารถอุทธรณ์ขอเพิ่มราคาเงินค่าทดแทน ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ โดยฟ้องคดีต่อศาลภายใน 1 ปี
8.เมื่อศาลตัดสินเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนและเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน
9.ขนย้ายรื้อถอนอสังหาริมทรัพย์โดยรัฐหรือผู้ถูกเวนคืน
10.ตรา พ.ร.บ. เวนคืนฯ เพื่อให้กรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ตกเป็นของรัฐ

การสร้างความเชื่อมั่นจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

ในวงการธุรกิจรับสร้างบ้านมีทั้งผู้ประกอบการมืออาชีพที่แข็งแกร่ง และผู้ประกอบการรายเล็กๆจำนวนมาก ในปัจจุบันธุรกิจรับสร้างบ้านยังไม่มีเวทีกลางหรือหน่วยงานที่เป็นตัวแทนในการดำเนินงานและประสานธุรกิจ ทั้งในส่วนการประสานงานเพื่อร่วมมือกันพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ หรือประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ ภาคธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเป็นเวทีกลางเชื่อมต่อในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และสร้างการยอมรับในธุรกิจแก่ผู้บริโภคและประชาชนได้เข้าใจและเชื่อมั่น ดังนั้นสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือเวทีกลาง ในความร่วมมือของบรรดาผู้ประกอบการที่มารวมตัวกัน

การจะยกระดับมาตรฐานบริษัทรับสร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานอย่างสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมอย่างมีแบบแผนและเป็นระบบ การส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการที่พร้อมจะพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถ เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและเร่งรัดพัฒนา ควรมีความกล้าหาญที่จะคัดแยกผู้ประกอบการที่ขาดคุณสมบัติออกไปจากความเป็นสมาชิกและระบบธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยไม่เอาความเป็นพวกพ้องมาปะปนกับหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง เพราะมิฉะนั้นจะทำให้ขาดความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง และขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้บริโภคได้ในอนาคต แม้ผู้บริโภคไม่มั่นใจต่อภาวะการเมืองและเศรษฐกิจในปีนี้ แต่เป็นที่ยอมรับกันดีว่ามีผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านน้อยกว่าผู้ประกอบการบ้านจัดสรร เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการออมเงินสูง และมักใช้เงินสดแทนการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

โอกาสการเติบโตของภาพรวมธุรกิจก็มีเช่นกัน เพราะผู้ประกอบการมีการขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทั้งการขยายสาขาของรายเดิม และการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ โดยพบว่าทำเลหรือพื้นที่ที่มีการขยายตลาดและเข้ามาแข่งขันกันมากที่สุดได้แก่ ภาคอีสาน และภาคกลาง เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี สระบุรี ราชบุรี เป็นต้น การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในเรื่องการยกระดับมาตรฐานการสร้างบ้าน ที่จะลดการพึ่งพาแรงงานให้น้อยลงและหันมาใช้เครื่องมือหนัก และเครื่องมือเบาในการก่อสร้างบ้านมากขึ้น เช่น รถเครน เครื่องฉาบปูน เครื่องพ่นสี เป็นต้น โดยพยายามผลักดันและส่งเสริมให้สมาชิกเปลี่ยนมาใช้วิธีก่อสร้างบ้านที่เน้นใช้ช่างเทคนิค และเครื่องมือแทนการใช้แรงงาน เพื่อจะยกระดับมาตรฐานการสร้างบ้านของสมาชิกให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

การพัฒนาธุรกิจที่ดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือและหัวเมืองจังหวัดชายทะเล

ธุรกิจการซื้อขายที่ดินโดยเฉพาะที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยนั้นมีสภาพคล่องน้อยมาก

เนื่องจากในช่วงที่เกิดวิกฤติหรือในช่วงไหนก็ตามที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือน้อย และแม้จะมีการซื้อขายบ้าง ข้อมูลก็ไม่ได้เผยแพร่ออกไปให้เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวาง    ว่าที่จริงก็ไม่ค่อยมีใครแคร์ว่าราคามันจะเป็นเท่าไร ถ้าเขาไม่ได้คิดจะขายบ้านที่ตนเองอาศัยอยู่ ส่วนคนที่รู้ว่าราคาที่ดินลดลงก็คือคนที่ซื้อที่ดินที่พบว่าราคามันถูกลงไปพอสมควรในปีนั้น ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ที่ดินราคามีแต่จะขึ้นนั้นเป็นเพราะพื้นฐานของราคาที่ดินในภาพกว้างมักจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆโดยมีแนวโน้มค่อยๆปรับตัวขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในชุมชนที่ที่ดินตั้งอยู่ ซึ่งทั้งเงินเฟ้อและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น ดังนั้นราคาที่ดินจึงมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามเกือบทุกปีเหมือนกัน

ที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคักเป็นอย่างมาก ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคจากปัจจัยบวกที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ การแข่งขันการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดูเหมือนว่าจะอาศัยการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นจุดขายมากที่สุดคงไม่พ้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาค ซึ่งมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะมีสาเหตุมาจากการเติบโตของกิจกรรมเศรษฐกิจในภูมิภาค และการที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ AEC ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นกิจกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน สาเหตุอีกส่วนหนึ่งน่าจะมาจากแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของภาครัฐ ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในตะวันออกเฉียงเหนือและหัวเมืองจังหวัดชายทะเล

เชื่อว่าการเมืองในระยะสั้นนี้อาจไม่มีผลกระทบต่อราคาที่ดิน ในบริเวณพื้นที่ชุมนุมทางการเมืองหลายจุดในเขตใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร อาจทำให้รายได้ลดลงไปบ้าง แต่ก็คงไม่มีผลในระยะยาว เชื่อว่าในระยะยาวตลาดที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจไทยโดยรวมยังมีความแข็งแกรงอยู่ และหากได้รับการสนุนสนุนจากโครงการสาธารณูปโภค โดยในเขตกรุงเทพมหานครที่ดินที่มีราคาที่ดินต่ำสุด จะอยู่ในเขตรอบนอก เพราะไม่มีสาธารณูปโภคเท่าที่ควร

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวอย่างไร เมื่อความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง

แม้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ แต่ยังถือได้ว่าเติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับศักยภาพที่มีและเทียบกับภูมิภาค ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของ GDP ซึ่งต่ำกว่าระดับ 10% ของ GDP ในยุคเฟื่องฟูก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียอย่างมาก โดยระดับราคาในธุรกิจนี้ยังคงอยู่ในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าแนวโน้มของภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

ปัจจัยด้านโครงสร้างมีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างยิ่ง สัดส่วนของประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองนั้นต่ำมากเมื่อเทียบกับระดับรายได้ ประชากรไทยเพียง 32% เท่านั้นที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซีย (48%) มาเลเซีย (68%) และเกาหลี (81%) ยิ่งไปกว่านั้น การไม่มีชุมชนเมืองขนาดใหญ่ในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ ทำให้กรุงเทพฯ มีสัดส่วนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้สมดุลกับพื้นทื่อื่น ๆ ในไทย โดยปัจจุบันกรุงเทพฯ มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างเกือบครึ่งหนึ่งของที่อยู่อาศัย และกว่า 75% ของพื้นที่สำนักงาน ลักษณะความต้องการที่อยู่อาศัยกำลังเปลี่ยนแปลง โครงสร้างของครัวเรือนกำลังเปลี่ยนไป โดยจำนวนครัวเรือนแบบใหม่ๆ (เช่น คนที่อาศัยอยู่คนเดียว ครอบครัวคู่สมรสไม่มีบุตรและครอบครัวที่ไม่ใช่ครัวเรือนเดี่ยว) เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชากร  นอกจากนี้ ความต้องการที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทก็เปลี่ยนแปลงด้วย ครัวเรือนรายได้ระดับปานกลางมีความต้องการอาศัยในทาวน์เฮ้าส์มากขึ้น ขณะที่กลุ่มรายได้ระดับสูงชอบอาศัยในบ้านเดี่ยว

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ จะมีการเปลี่ยนแปลงของความต้องการภายในตลาดที่อยู่อาศัยประเภทนั้นๆ ด้วย จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง เราได้ระบุตลาดหลัก (segment) สำหรับที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท ทั้งที่เป็นตลาดเดิมและตลาดที่เกิดขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งอธิบายลักษณะและความต้องการของตลาดดังกล่าว ตัวอย่างเช่น ครอบครัวที่ไม่ใช่ครัวเรือนเดี่ยวที่อาศัยในทาวน์เฮ้าส์มีแนวโน้มที่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีความต้องการห้องนอนหลายห้องมากกว่าครอบครัวคู่สมรสมีบุตร

ยิ่งไปกว่านั้น มีการประเมินว่าธุรกรรมที่เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ คิดเป็นเกือบ 70% ของมูลค่าธุรกรรมของทั้งประเทศในปี 2009 แสดงให้เห็นว่า กรุงเทพฯ เป็นตลาดที่มีผู้แข่งขันมาก ทั้งๆ ที่มีพื้นที่จำกัด จากการวิเคราะห์ของเราพบว่า ความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการตอบสนองความต้องการเฉพาะของทั้งตลาดเดิมและตลาดที่เกิดขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นผลจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการได้